วันอังคาร, กันยายน 23, 2551

ประวัติเกาะเกร็ด

ยินดีต้อนรับสู่เกาะเกร็ด



พระตำหนักสง่างาม ลือนามสวนสมเด็จ เกาะเกร็ดแหล่งดินเผา
วัดเก่านามละบือ เลื่องลือทุเรียนนท์ งามน่ายลศูนย์ราชการ

เมืองนนทบุรี

ประวัติศาสตร์ของเกาะเกร็ด

มีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 400 ปี
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีคูคลองน้อยใหญ่มากมาย เป็น
เมืองเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เดิมตั้งอยู่ที่ตำบล
บ้านตลาดขวัญซึ่งเป็นสวนผลไม้ที่ขึ้นชื่อในสมัยนั้น ได้รับการ
ยกฐานะ เป็นเมืองนนทบุรี
เมื่อ พ.ศ. 2092 ในรัชกาลสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ บ้านตลาด
ขวัญ เป็นดินแดน แห่งความอุดมสมบูรณ์และเป็นสวนผลไม้
ที่มีชื่อแห่งหนึ่งของกรุงศรีอยุธยา ฝรั่งต่างชาติที่ได้เดินทางเข้ามา
ค้าขาย และเจริญสัมพันธไมตรีกับกรุงศรีอยุธยาต่างก็ได้บันทึกเอาไว้
ดังปรากฏในจดหมายเหตุ บันทึกการเดินทาง ของลาลูแบร์ชาวฝรั่งเศส
ผู้ซึ่งเดินทางเข้ามา ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชว่า
“สวนผลไม้ที่บางกอกนั้น (หมายถึงกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน) มีอาณาบริเวณ
ยาวไปตามชายฝั่ง โดยทวนขึ้นสู่เมืองสยามถึง 4 ลี้ กระทั่งจรดตลาดขวัญ
(TALACOUN) ทำให้เมืองหลวง แห่งนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยผลาหารซึ่ง
คนพื้นเมืองชอบบริโภคกันนักหนา” (จดหมายเหตุลาลูแบร์)

ปี พ.ศ. 2179 พระเจ้าปราสาททองโปรดเกล้าฯให้ ขุดคลองลัดตอนใต้
วัดท้ายเมืองไปทะลุวัดเขมา เพราะเดิมนั้นแม่น้ำเจ้าพระยาไหลวกเข้า
แม่น้ำอ้อมมาทางบางใหญ่ วกเข้าคลองบางกรวยข้างวัดชลอมาออก
หน้าวัดเขมาเมื่อขุดคลองลัดแล้ว แม่น้ำก็เปลี่ยนทางเดินไหลเข้าคลอง
ลัดที่ขุดใหม่ กลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาใหม่ดังปัจจุบันนี้
เมื่อ พ.ศ. 2208 สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงเห็นว่า แม่น้ำเปลี่ยน
ทางเดินใหม่นั้น ทำให้ข้าศึกประชิดพระนครได้ง่าย จึงโปรดเกล้าฯ
ให้สร้างป้อมปราการ ตรงปากแม่น้ำอ้อม และโปรดเกล้าฯให้ย้าย
เมืองนนทบุรีมาอยู่ปากแม่น้ำอ้อมด้วย ดังมีศาลหลักเมืองปรากฏ
อยู่ นอกจากป้อมที่ปากแม่น้ำอ้อมแล้วเข้าใจว่าในสมัยกรุงศรีอยุธยา
คงจะได้มีการสร้างป้อมไม้เอาไว้ที่บริเวณวัดเฉลิมพระเกียรติในปัจจุบัน
เพราะปรากฏหลัก ฐาน จากจดหมายเหตุรายวันของบาทหลวง เดอ
ชัวซีย์ ผู้ซึ่งเดินทางร่วมมากับคณะราชทูตของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14
ที่เข้ามาเจริญ ทางพระราชไมตรี ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
เมื่อ พ.ศ.2228 ว่า “เช้าวันนี้เราผ่านป้อมที่ทำด้วยไม้ 2 ป้อม คือ ป้อมหนึ่ง
ยิงปืนเป็นการ คำนับ 10 นัด อีกป้อมหนึ่ง 8 นัด ที่มีแต่ ปืนครก
เท่านั้นดินปืนดีมากทีเดียว ป้อมทางขวามือเรียกป้อมแก้ว และป้อม
ทางซ้ายมือ เรียก ป้อมทับทิม ณ ที่นี้ เจ้าเมืองบางกอกก็กล่าวคำอำลา
และอ้างเหตุว่า ได้ควบคุม เรือขบวนมา ส่งจนสุดแดนที่อยู่ใน ความ
ปกครองของเมืองบางกอก แล้วก็ลาท่านราชทูตกลับไป และในปี
พ.ศ. 2230 เมื่อลาลูแบร์เป็นราชทูตเข้า มากรุงศรีอยุธยา ก็ได้กล่าวถึง
ป้อมไม้แห่งนี้ไว้ด้วย โดยที่เขียนเป็นแผนที่เอาไว้อย่างชัดเจนตาม
หลักฐาน ดังกล่าว จึงเข้าใจว่า ป้อมแก้วคงตั้งอยู่ณ บริเวณตลาดแก้ว
ส่วนป้อมทับทิมเข้าใจ ว่าคงตั้งอยู่ ณ บริเวณหน้าวัดเฉลิมพระเกียรติ
ในปัจจุบัน

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 แห่ง กรุงรัตนโกสินทร์ โปรดเกล้าฯให้
ย้ายเมืองนนทบุรีไปตั้งที่ปากคลองบางซื่อ บ้านตลาดขวัญ และในสมัย
รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งศาลากลางเมืองขึ้นที่ปากคลองบางซื่อ
ฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยาจนถึงปี พ.ศ. 2471 รัชกาลที่ 7 ทรงโปรดเกล้าฯ
ให้ย้ายศาลากลางมาตั้งที่ ราชวิทยาลัย บ้านบางขวาง ตำบลบางตะนาวศรี
ปัจจุบันเป็นที่ตั้งกองฝึก
อบรมกระทรวงมหาดไทย ตั้งอยู่บนถนนประชาราษฎร์ สาย 1 อำเภอเมือง
ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรปตามอาคาร
ประดับด้วยไม้ฉลุ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรมศิลปากรได้ขึ้นบัญชีี
เป็นโบราณสถานแห่งหนึ่ง และในปัจจุบันศาลากลางจังหวัดนนทบุรี
ได้ย้ายที่ทำการมาอยู่ที่ ถนนรัตนาธิเบศร์ จังหวัดนนทบุรี ตั้งอยู่ในภาคกลาง
เป็นจังหวัดหนึ่งใน 5 จังหวัด ปริมณฑล คือ นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม
สมุทรสาครและปทุมธานี มีเนื้อที่ประมาณ 622.303 ตารางกิโลเมตร
มีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านและแบ่งพื้นที่ของจังหวัดออกเป็น 2 ส่วน
เขตการปกครองแบ่งออกเป็น 6 อำเภอคือ
อำเภอเมืองนนทบุรี อำเภอปากเกร็ด อำเภอบางกรวย
อำเภอบางใหญ่ อำเภอบางบัวทอง อำเภอไทรน้อย

ไม่มีความคิดเห็น: